วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569

พระสมเด็จจิตรลดา

 

พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน (ปัจจุบันประชาชนเรียกว่า สมเด็จจิตรลดา, พระจิตรลดา เดิมเรียกว่า พระพิมพ์ที่ฐานพระพุทธนวราชบพิตร) เป็นพระเครื่อง ที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสร้างด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง พระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพลเรือน ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2508 - 2513 มีทั้งสิ้นประมาณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พระราชทานด้วยพระหัตถ์พระองค์เอง มีเอกสารส่วนพระองค์ (ใบกำกับพระ) ซึ่งแสดงชื่อ นามสกุล วันที่รับพระราชทาน หมายเลขกำกับทุกองค์ และภาพพระสมเด็จจิตรดา (องค์พระสมเด็จจิตรลดาในรัชสมัยได้มีการพระราชทานเพียงครั้งเดียว) โดยมีพระราชดำรัสแก่ผู้รับพระราชทานว่า "ให้ปิดทองที่หลังองค์พระปฏิมา แล้วเอาไว้บูชาตลอดไป ให้ทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ" ดังเช่นในเนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเมื่อ พ.ศ. 2514 และพระธรรมเจดีย์ (ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เจ้าคณะภาค 13 ถวายพระธรรมเทศนาว่าด้วยการเป็นผู้นำ ผู้นำและนักปกครองทั้งหลายพึงสดับ พ.ศ. 2555

การแกะแม่พิมพ์พระพุทธรูปพิมพ์ โดยมีศาสตราจารย์ ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการบำนาญกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร แห่ง มหาวิทยาลัยศิลปากร รับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรมเป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวาย การแกะพิมพ์พระสมเด็จจิตรดาหรือพระกำลังแผ่นดินเป็นพุทธศิลป์แบบแม่พิมพ์ลึก แล้วใช้ดินน้ำมันกดลงบนแม่พิมพ์ลึกเพื่อถอดแบบองค์พระสมเด็จจิตรดา จากนั้นก็ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทอดพระเนตร และทรงวินิจฉัยแบบพิมพ์ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้แก้ไขตกแต่งแบบพิมพ์พระสมเด็จจิตรลดาหลายครั้งจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย เมื่อได้แม่พิมพ์ที่สมบูรณ์ด้วยพุทธศิลป์ตามพระราชประสงค์ท่านแล้ว พระองค์จึงทรงนำแม่พิมพ์ที่แกะไว้ทำการถอดต้นแบบพระสมเด็จจิตรดาจากแม่พิมพ์หิน โดยท่านทรงใช้วัสดุเคมีที่นำเข้าจากต่างประเทศที่มีคุณภาพดี จนได้ตามจำนวนพระราชประสงค์แล้ว ก็ทรงนำต้นแบบพระสมเด็จจิตรดาจำนวนหนึ่งเรียงบนภาชนะที่เตรียมไว้เพื่อทำการหล่อแม่พิมพ์อีกครั้ง โดยทรงหล่อเป็นแม่พิมพ์ยาง

ข้อมูลจำเพาะ

พระสมเด็จจิตรลดา เป็นพระเครื่องทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ขอบองค์พระด้านหน้าทั้ง 3 ด้าน เฉียงป้านออกสู่ด้านหลังเล็กน้อย มี 2 ขนาดพิมพ์ คือ

·        พิมพ์เล็ก กว้าง 1.2 เซนติเมตร สูง 1.9 เซนติเมตร

·        พิมพ์ใหญ่ กว้าง 2 เซนติเมตร สูง 3 เซนติเมตร

พระสมเด็จจิตรลดาเป็นพระปางสมาธิ ศิลปะรัตนโกสินทร์ พระพักตร์ทรงผลมะตูม องค์พระประทับนั่งขัดสมาธิราบ ประทับนั่งเหนือบัลลังก์ดอกบัว ประกอบด้วย กลีบบัวบานทั้ง 9 กลีบ และเกสรดอกบัว 9 จุดอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มีลักษณะละม้ายคล้ายกับพระพุทธนวราชบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานประจำทุกจังหวัดและหน่วยทหาร แต่ต่างกันที่พระพุทธนวราชบพิตรเป็นพระปางมารวิชัย

พระสมเด็จจิตรลดามีหลายสี ตามมวลสารที่ใช้ผลิตในแต่ละครั้งแตกต่างกัน ได้แก่ สีน้ำตาล สีน้ำตาลอมเหลือง สีน้ำตาลอมแดงคล้ายเทียน สีดำอมแดง หรือสีดำอมเขียว มีทั้งสีเข้มและอ่อน

มวลสารของพระสมเด็จจิตรดา

มวลสารของพระสมเด็จจิตรลดาประกอบด้วยเรซินและผงพระพิมพ์ โดยทรงนำมาบดเป็นผงรวมกับเส้นพระเจ้า คลุกกับกาวเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วกดเป็นองค์พระด้วยพระหัตถ์ โดยทรงใช้เวลาตอนดึกหลังทรงงาน มีเจ้าพนักงาน 1 คน คอยถวายพระสุธารส และหยิบสิ่งของถวาย ทั้งนี้ มีศาสตราจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการบำนาญกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ผู้เป็นผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรม เป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวายเพื่อทรงพระราชวินิจฉัยแก้ไขจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย

ผงพระพิมพ์ ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ

·        ส่วนที่ 1 ส่วนในพระองค์ ประกอบด้วย

·        ดอกไม้แห้ง จากมาลัยที่ประชาชนได้ทูลเกล้าฯ ถวายในการเสด็จพระราชดำเนินเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรและได้ทรงแขวนไว้ที่องค์พระตลอดเทศกาล

·        เส้นพระเจ้า ซึ่งเจ้าพนักงานได้รวบรวมไว้หลังจากทรงพระเครื่องใหญ่ทุกครั้ง

·        ดอกไม้แห้ง จากมาลัยที่แขวนพระมหาเศวตฉัตรและด้ามพระแสงขรรค์ชัยศรี ในพระราชพิธีฉัตรมงคล

·        สี ซึ่งขูดจากผ้าใบที่ทรงเขียนภาพฝีพระหัตถ์

·        ชัน (ผงชันผสมกับน้ำมันยางกวนให้เข้ากันจนเหนียวใช้สำหรับยารอยต่อของแผ่นไม้ใต้ท้องเรือ ป้องกันน้ำเข้าใต้ท้องเรือ) และสีน้ำมัน ซึ่งทรงขูดจากเรือใบไมโครมด เป็นเรือใบพระที่นั่ง ขณะที่ทรงตกแต่งเรือใบพระที่นั่งใช้แข่งขันกีฬาแหลมทอง 1967

·        ส่วนที่ 2 วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์จากทุกจังหวัด ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ประกอบด้วย

·        วัตถุที่ได้มาจากปูชนียสถานหรือพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเคารพบูชาในแต่ละจังหวัด

·        ดอกไม้ ผงธูป เทียนบูชาพระแก้วมรกต ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก

·        ดอกไม้ ผงธูป เทียนบูชาจากพระอารามหลวงที่สำคัญ

·        ดิน ตะไคร่น้ำแห้งจากใบเสมา จากสังเวชนียสถานในประเทศอินเดีย และประเทศศรีลังกาซึ่งสมณทูตได้ถวายเก็บไว้ในเจดีย์ที่วัดเสด็จ จังหวัดปทุมธานี

·        ดิน ตะไคร่น้ำแห้งจากใบเสมา จากทุกจังหวัดในประเทศไทย เช่น จากพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม วัดพระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่

·        น้ำจากบ่อน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งได้เคยนำมาใช้เป็นน้ำสรงมุรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และน้ำอภิเษก

แหล่งที่มาของผงพระพิมพ์ พระสมเด็จจิตรลดา

มวลสาร ที่ใช้ในการสร้างพระสมเด็จจิตรลดาถูกนำมาจากทุกจังหวัด ซึ่งในขณะนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 ประเทศไทย มีจังหวัดทั้งสิ้น 71 จังหวัด ดังนี้

ภาคกลาง

·        พระนคร (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) ได้แก่ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร

·        ธนบุรี (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) ได้แก่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

·        พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดพนัญเชิง วัดสวนหลวงสบสวรรค์ วิหารพระมงคลบพิตร

·        ลพบุรี ได้แก่ ศาลพระกาฬ ศาลลูกศร (ศาลหลักเมืองลพบุรี) พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท

·        สิงห์บุรี ได้แก่ วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ วัดโพธิ์เก้าต้น (บ้านบางระจัน) วัดสิงห์ (ปัจจุบันชื่อ วัดสิงห์สุทธาวาส) วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

·        อ่างทอง ได้แก่ วัดไชโยวรวิหาร วัดป่าโมก

·        สระบุรี ได้แก่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร วัดพระพุทธฉาย

·        ปทุมธานี ได้แก่ วัดเสด็จ ผงอิทธิเจและผงปถมํของพระครูสาทรพัฒนกิจ

·        นนทบุรี ได้แก่ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร

·        สมุทรปราการ ได้แก่ วัดพระสมุทรเจดีย์ ศาลหลักเมืองสมุทรปราการ

·        ราชบุรี ได้แก่ วัดมหาธาตุวรวิหาร (จังหวัดราชบุรี)

·        นครปฐม ได้แก่ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร

·        สุพรรณบุรี ได้แก่ วัดป่าเลไลยก์ ศาลหลักเมืองสุพรรณบุรี พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ วัดสนามชัย สระศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่

·        กาญจนบุรี ได้แก่ วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร วัดท่ากระดาน

·        เพชรบุรี ได้แก่ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระนครคีรี พระธาตุจอมเพชร ศาลหลักเมืองเพชรบุรีหลังเก่า พระปรางค์วัดมหาธาตุ

·        ประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาช่องกระจก วัดธรรมมิการามวรวิหาร

·        สมุทรสาคร ได้แก่ ศาลหลักเมืองสมุทรสาคร ศาลพันท้ายนรสิงห์

·        สมุทรสงคราม ได้แก่ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (เดิมชื่อ วัดบ้านแหลม)

·        อุทัยธานี ได้แก่ วัดสังกัสรัตนคีรี

·        ชัยนาท ได้แก่ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร วัดธรรมามูล (ปัจจุบันชื่อ วัดธรรมามูลวรวิหาร)

ภาคตะวันออก

·        ชลบุรี ได้แก่ พระพุทธสิหิงค์จำลอง วัดป่า (ปัจจุบันชื่อ วัดอรัญญิกาวาส)

·        ฉะเชิงเทรา ได้แก่ พระพุทธโสธร วัดโสธรวราราม ศาลหลักเมืองฉะเชิงเทรา

·        ระยอง ได้แก่ ศาลหลักเมืองระยอง ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

·        ตราด ได้แก่ ศาลหลักเมืองตราด วัดบุปผาราม

·        จันทบุรี ได้แก่ ศาลหลักเมืองจันทบุรี ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระพุทธบาทเขาคิชกูฏ น้ำในคลองนารายณ์บริเวณหน้าน้ำตกเขาสระบาป คลองสระบาป น้ำจากสระแก้ว (ตำบลพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่)

·        นครนายก ได้แก่ ศาลหลักเมืองนครนายก พระพุทธบาทจำลอง วัดเขานางบวช (ตำบลสาริกา)

·        ปราจีนบุรี ได้แก่ วัดต้นศรีมหาโพธิ์

ภาคเหนือ

·        ลำปาง ได้แก่ วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดพระแก้วดอนเต้า (ปัจจุบันชื่อ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม) วัดพระธาตุเสด็จ ศาลหลักเมืองลำปาง ศาลเจ้าพ่อประตูผา หออะม็อก (เจ้าพ่อหมอกมุงเมือง)

·        แม่ฮ่องสอน ได้แก่ พระธาตุดอยกองมู

·        เชียงราย ได้แก่ วัดพระธาตุดอยตุงปัจจุบันชื่อ วัดพระมหาชินธาตุเจ้า (ดอยตุง) วัดพระธาตุจอมกิตติ

·        เชียงใหม่ ได้แก่ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร พระธาตุดอยสุเทพ พระพุทธสิหิงค์ วัดพระธาตุศรีจอมทอง ศาลหลักเมืองเชียงใหม่ วัดเจดีย์เจ็ดยอด (ปัจจุบันชื่อ วัดโพธารามมหาวิหาร) ที่ตั้งค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (อำเภอฝาง) อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

·        น่าน ได้แก่ พระเจ้าทองทิพย์ (พระพุทธรูป) วัดสวนตาล พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุเขาน้อย

·        ลำพูน ได้แก่ วัดพระบรมธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร วัดจามเทวี (เดิมชื่อ วัดกู่กุด)

·        แพร่ ได้แก่ ศาลหลักเมืองแพร่ พระธาตุช่อแฮ พระธาตุปูแจ (น่าน) พระธาตุจอมแจ้ง วัดพระธาตุจอมแจ้ง (อำเภอสา น่าน)

·        ตาก อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

·        พิษณุโลก ได้แก่ พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

·        สุโขทัย ได้แก่ วัดมหาธาตุ พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร น้ำบ่อทอง น้ำบ่อแก้ว อำเภอศรีสัชนาลัย วัดต้นจันทร์ (ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย)

·        กำแพงเพชร ได้แก่ วัดพระบรมธาตุ ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

·        พิจิตร ได้แก่ พระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง

·        เพชรบูรณ์ ได้แก่ วัดไตรภูมิ ศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์

·        นครสวรรค์ ได้แก่ วัดวรนาถบรรพต (วัดเขากบ)

·        อุตรดิตถ์ ได้แก่ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ (เดิมชื่อ วัดมหาธาตุ อุตรดิตถ์ ตั้งอยู่บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแลวัดพระบรมธาตุ วัดท่าถนน (พระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

·        นครราชสีมา ได้แก่ ศาลหลักเมืองนครราชสีมา อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ปราสาทหินพิมาย วัดศาลาทอง วัดพนมวันท์ ปราสาทหินพนมวัน ศาลเจ้าแม่บุ่งตาหลัว ศาลเจ้าพ่อไฟ ศาลเจ้าพ่อวัดแจ้ง ศาลเจ้าพ่อพระยาสี่เขี้ยว

·        ชัยภูมิ ได้แก่ พระปรางค์กู่ พระธาตุกุดจอก พระธาตุหนองสามหมื่น พระพุทธรูปพระเจ้าองค์ตื้อ เขาภูพระ วัดศิลาอาส์น เจ้าพ่อพญาแล

·        บุรีรัมย์ ได้แก่ ปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ ศาลเทพารักษ์ เจ้าพ่อวังกรูด ดินจากสังเวชนียสถานต่างๆในประเทศอินเดีย

·        สุรินทร์ ได้แก่ พระพุทธรูปหลวงพ่อพระชีว์ วัดบูรพาราม

·        ศรีสะเกษ ได้แก่ วัดมหาพุทธาราม ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ

·        อุบลราชธานี ได้แก่ วัดมหาวนาราม พระเจ้าอินทร์แปลง (พระพุทธรูป)

·        อุดรธานี ได้แก่ ศาลเทพารักษ์ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ศาลหลักเมืองอุดรธานี วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดอุดรธานี

·        หนองคาย ได้แก่ พระธาตุบังพวน พระพุทธรูปหลวงพ่อใส วัดโพธิ์ชัย

·        เลย ได้แก่ พระธาตุศรีสองรัก

·        สกลนคร ได้แก่ พระธาตุเชิงชุม วัดพระธาตุเชิงชุม

·        นครพนม ได้แก่ พระธาตุพนม ศาลหลักเมืองนครพนม

·        ขอนแก่น ได้แก่ พระธาตุขามแก่น

·        มหาสารคาม ได้แก่ ศาลหลักเมืองมหาสารคาม

·        ร้อยเอ็ด ได้แก่ ปรางค์กู่ ศาลหลักเมืองร้อยเอ็ด พระกู่นา วัดสระทอง พระธาตุเจดีย์อูบมุง

·        กาฬสินธุ์ ได้แก่ ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์

ภาคใต้

·        ชุมพร ได้แก่ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หาดทรายรี

·        นครศรีธรรมราช ได้แก่ พระบรมธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

·        สุราษฎร์ธานี ได้แก่ พระบรมธาตุไชยา วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร

·        ระนอง ได้แก่ วัดอุปนันทาราม (เดิมชื่อ วัดด่าน)

·        กระบี่ ได้แก่ ถ้ำพระ เขาขนาบน้ำ

·        พังงา ได้แก่ ศาลหลักเมืองพังงา เทวรูปพระนารายณ์ วัดนารายณิการาม

·        ภูเก็ต ได้แก่ พระพุทธบาท เกาะแก้วหน้าหาดราไว วัดพระทอง (เดิมชื่อ วัดพระผุด) อนุสาวรีย์พระครูวิสุทธิวงศาจาริย์ญาณมุนี หรือ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง (ปัจจุบันชื่อ วัดไชยธาราราม)

·        สงขลา ได้แก่ วัดชัยมงคล วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา (เดิมชื่อ วัดเลียบ) วัดพะโคะ (ปัจจุบันชื่อ วัดราชประดิษฐาน) ศาลหลักเมืองสงขลา

·        ตรัง ได้แก่ วัดถ้ำเขาสาย วัดถ้ำคีรีวิหาร พระพุทธรูปพระว่านศักดิ์สิทธิ์ วัดถ้ำพระพุทธ ดินจากสังเวชนียสถานต่างๆในประเทศอินเดีย

·        พัทลุง ได้แก่ พระธาตุวัดตะวัดเขียน (ปัจจุบันชื่อ พระธาตุวัดเขียนบางแก้ว) วัดเขียนบางแก้ว

·        สตูล ได้แก่ วัดชนาธิปเฉลิม (เดิมชื่อ วัดมำบัง) วัดสตูลสันตยาราม วัดหน้าเมือง วัดดุลยาราม

·        ปัตตานี ได้แก่ ศาลหลักเมืองปัตตานี วัดช้างให้ ปัจจุบันชื่อ วัดราษฎร์บูรณะ

·        ยะลา ได้แก่ วัดคูหาภิมุข ศาลหลักเมืองยะลา

·        นราธิวาส ได้แก่ วัดพระพุทธ อำเภอตากใบ

พระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์เล็ก

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงทำพระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์เล็ก สำหรับพระราชทานให้เด็ก มีจำนวน 40 องค์ โดยสี่องค์แรก พระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ทั้งสี่พระองค์


ภาพจากไทยรัฐ ข้อมูลจากวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี

พระสมเด็จจิตรลดา

  พระสมเด็จจิตรลดา   หรือ   พระกำลังแผ่นดิน  ( ปัจจุบันประชาชนเรียกว่า สมเด็จจิตรลดา , พระจิตรลดา เดิมเรียกว่า พระพิมพ์ที่ฐานพระพุทธนวราชบพิ...