พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน (ปัจจุบันประชาชนเรียกว่า
สมเด็จจิตรลดา, พระจิตรลดา เดิมเรียกว่า
พระพิมพ์ที่ฐานพระพุทธนวราชบพิตร) เป็นพระเครื่อง ที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร ทรงสร้างด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง
พระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพลเรือน
ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2508 - 2513 มีทั้งสิ้นประมาณ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9)
พระราชทานด้วยพระหัตถ์พระองค์เอง มีเอกสารส่วนพระองค์ (ใบกำกับพระ)
ซึ่งแสดงชื่อ นามสกุล วันที่รับพระราชทาน หมายเลขกำกับทุกองค์
และภาพพระสมเด็จจิตรดา
(องค์พระสมเด็จจิตรลดาในรัชสมัยได้มีการพระราชทานเพียงครั้งเดียว) โดยมีพระราชดำรัสแก่ผู้รับพระราชทานว่า
"ให้ปิดทองที่หลังองค์พระปฏิมา แล้วเอาไว้บูชาตลอดไป
ให้ทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ" ดังเช่นในเนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเมื่อ พ.ศ. 2514 และพระธรรมเจดีย์ (ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร
เจ้าคณะภาค 13 ถวายพระธรรมเทศนาว่าด้วยการเป็นผู้นำ
ผู้นำและนักปกครองทั้งหลายพึงสดับ พ.ศ. 2555
การแกะแม่พิมพ์พระพุทธรูปพิมพ์
โดยมีศาสตราจารย์ ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการบำนาญกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร แห่ง มหาวิทยาลัยศิลปากร รับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรมเป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวาย
การแกะพิมพ์พระสมเด็จจิตรดาหรือพระกำลังแผ่นดินเป็นพุทธศิลป์แบบแม่พิมพ์ลึก
แล้วใช้ดินน้ำมันกดลงบนแม่พิมพ์ลึกเพื่อถอดแบบองค์พระสมเด็จจิตรดา
จากนั้นก็ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทอดพระเนตร และทรงวินิจฉัยแบบพิมพ์
ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้แก้ไขตกแต่งแบบพิมพ์พระสมเด็จจิตรลดาหลายครั้งจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย
เมื่อได้แม่พิมพ์ที่สมบูรณ์ด้วยพุทธศิลป์ตามพระราชประสงค์ท่านแล้ว
พระองค์จึงทรงนำแม่พิมพ์ที่แกะไว้ทำการถอดต้นแบบพระสมเด็จจิตรดาจากแม่พิมพ์หิน
โดยท่านทรงใช้วัสดุเคมีที่นำเข้าจากต่างประเทศที่มีคุณภาพดี
จนได้ตามจำนวนพระราชประสงค์แล้ว
ก็ทรงนำต้นแบบพระสมเด็จจิตรดาจำนวนหนึ่งเรียงบนภาชนะที่เตรียมไว้เพื่อทำการหล่อแม่พิมพ์อีกครั้ง
โดยทรงหล่อเป็นแม่พิมพ์ยาง
ข้อมูลจำเพาะ
พระสมเด็จจิตรลดา
เป็นพระเครื่องทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ขอบองค์พระด้านหน้าทั้ง
3 ด้าน เฉียงป้านออกสู่ด้านหลังเล็กน้อย มี 2 ขนาดพิมพ์ คือ
·
พิมพ์เล็ก กว้าง 1.2 เซนติเมตร
สูง 1.9 เซนติเมตร
·
พิมพ์ใหญ่ กว้าง 2 เซนติเมตร
สูง 3 เซนติเมตร
พระสมเด็จจิตรลดาเป็นพระปางสมาธิ ศิลปะรัตนโกสินทร์
พระพักตร์ทรงผลมะตูม องค์พระประทับนั่งขัดสมาธิราบ
ประทับนั่งเหนือบัลลังก์ดอกบัว ประกอบด้วย กลีบบัวบานทั้ง 9 กลีบ และเกสรดอกบัว 9 จุดอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มีลักษณะละม้ายคล้ายกับพระพุทธนวราชบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่โปรดเกล้าฯ
ให้สร้างพระราชทานประจำทุกจังหวัดและหน่วยทหาร แต่ต่างกันที่พระพุทธนวราชบพิตรเป็นพระปางมารวิชัย
พระสมเด็จจิตรลดามีหลายสี
ตามมวลสารที่ใช้ผลิตในแต่ละครั้งแตกต่างกัน ได้แก่ สีน้ำตาล สีน้ำตาลอมเหลือง
สีน้ำตาลอมแดงคล้ายเทียน สีดำอมแดง หรือสีดำอมเขียว มีทั้งสีเข้มและอ่อน
มวลสารของพระสมเด็จจิตรดา
มวลสารของพระสมเด็จจิตรลดาประกอบด้วยเรซินและผงพระพิมพ์
โดยทรงนำมาบดเป็นผงรวมกับเส้นพระเจ้า คลุกกับกาวเป็นเนื้อเดียวกัน
แล้วกดเป็นองค์พระด้วยพระหัตถ์ โดยทรงใช้เวลาตอนดึกหลังทรงงาน มีเจ้าพนักงาน 1 คน
คอยถวายพระสุธารส และหยิบสิ่งของถวาย ทั้งนี้ มีศาสตราจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการบำนาญกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร
ผู้เป็นผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรม
เป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวายเพื่อทรงพระราชวินิจฉัยแก้ไขจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย
ผงพระพิมพ์
ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ
·
ส่วนที่ 1 ส่วนในพระองค์
ประกอบด้วย
·
ดอกไม้แห้ง
จากมาลัยที่ประชาชนได้ทูลเกล้าฯ ถวายในการเสด็จพระราชดำเนินเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรและได้ทรงแขวนไว้ที่องค์พระตลอดเทศกาล
·
เส้นพระเจ้า
ซึ่งเจ้าพนักงานได้รวบรวมไว้หลังจากทรงพระเครื่องใหญ่ทุกครั้ง
·
ดอกไม้แห้ง จากมาลัยที่แขวนพระมหาเศวตฉัตรและด้ามพระแสงขรรค์ชัยศรี ในพระราชพิธีฉัตรมงคล
·
สี
ซึ่งขูดจากผ้าใบที่ทรงเขียนภาพฝีพระหัตถ์
·
ชัน
(ผงชันผสมกับน้ำมันยางกวนให้เข้ากันจนเหนียวใช้สำหรับยารอยต่อของแผ่นไม้ใต้ท้องเรือ
ป้องกันน้ำเข้าใต้ท้องเรือ) และสีน้ำมัน ซึ่งทรงขูดจากเรือใบไมโครมด
เป็นเรือใบพระที่นั่ง ขณะที่ทรงตกแต่งเรือใบพระที่นั่งใช้แข่งขันกีฬาแหลมทอง 1967
·
ส่วนที่ 2 วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์จากทุกจังหวัด
ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ประกอบด้วย
·
วัตถุที่ได้มาจากปูชนียสถานหรือพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเคารพบูชาในแต่ละจังหวัด
·
ดอกไม้ ผงธูป เทียนบูชาพระแก้วมรกต ณ
วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก
·
ดอกไม้ ผงธูป
เทียนบูชาจากพระอารามหลวงที่สำคัญ
·
ดิน ตะไคร่น้ำแห้งจากใบเสมา
จากสังเวชนียสถานในประเทศอินเดีย และประเทศศรีลังกาซึ่งสมณทูตได้ถวายเก็บไว้ในเจดีย์ที่วัดเสด็จ จังหวัดปทุมธานี
·
ดิน ตะไคร่น้ำแห้งจากใบเสมา
จากทุกจังหวัดในประเทศไทย เช่น จากพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม วัดพระบรมธาตุ
จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่
·
น้ำจากบ่อน้ำอันศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งได้เคยนำมาใช้เป็นน้ำสรงมุรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และน้ำอภิเษก
แหล่งที่มาของผงพระพิมพ์ พระสมเด็จจิตรลดา
มวลสาร ที่ใช้ในการสร้างพระสมเด็จจิตรลดาถูกนำมาจากทุกจังหวัด
ซึ่งในขณะนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 ประเทศไทย มีจังหวัดทั้งสิ้น 71 จังหวัด ดังนี้
ภาคกลาง
·
พระนคร (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) ได้แก่ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร
·
ธนบุรี (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) ได้แก่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
·
พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดพนัญเชิง วัดสวนหลวงสบสวรรค์ วิหารพระมงคลบพิตร
·
ลพบุรี ได้แก่ ศาลพระกาฬ ศาลลูกศร (ศาลหลักเมืองลพบุรี) พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท
·
สิงห์บุรี ได้แก่
วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ วัดโพธิ์เก้าต้น (บ้านบางระจัน) วัดสิงห์ (ปัจจุบันชื่อ วัดสิงห์สุทธาวาส) วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร
·
อ่างทอง ได้แก่ วัดไชโยวรวิหาร วัดป่าโมก
·
สระบุรี ได้แก่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร วัดพระพุทธฉาย
·
ปทุมธานี ได้แก่ วัดเสด็จ ผงอิทธิเจและผงปถมํของพระครูสาทรพัฒนกิจ
·
นนทบุรี ได้แก่ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร
·
สมุทรปราการ ได้แก่ วัดพระสมุทรเจดีย์ ศาลหลักเมืองสมุทรปราการ
·
ราชบุรี ได้แก่ วัดมหาธาตุวรวิหาร (จังหวัดราชบุรี)
·
นครปฐม ได้แก่ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร
·
สุพรรณบุรี ได้แก่
วัดป่าเลไลยก์ ศาลหลักเมืองสุพรรณบุรี พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ วัดสนามชัย สระศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่
·
กาญจนบุรี ได้แก่ วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร วัดท่ากระดาน
·
เพชรบุรี ได้แก่ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระนครคีรี พระธาตุจอมเพชร
ศาลหลักเมืองเพชรบุรีหลังเก่า พระปรางค์วัดมหาธาตุ
·
ประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาช่องกระจก
วัดธรรมมิการามวรวิหาร
·
สมุทรสาคร ได้แก่
ศาลหลักเมืองสมุทรสาคร ศาลพันท้ายนรสิงห์
·
สมุทรสงคราม ได้แก่
วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (เดิมชื่อ วัดบ้านแหลม)
·
อุทัยธานี ได้แก่ วัดสังกัสรัตนคีรี
·
ชัยนาท ได้แก่ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร วัดธรรมามูล
(ปัจจุบันชื่อ วัดธรรมามูลวรวิหาร)
ภาคตะวันออก
·
ชลบุรี ได้แก่ พระพุทธสิหิงค์จำลอง วัดป่า
(ปัจจุบันชื่อ วัดอรัญญิกาวาส)
·
ฉะเชิงเทรา ได้แก่ พระพุทธโสธร วัดโสธรวราราม ศาลหลักเมืองฉะเชิงเทรา
·
ระยอง ได้แก่
ศาลหลักเมืองระยอง ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
·
ตราด ได้แก่ ศาลหลักเมืองตราด
วัดบุปผาราม
·
จันทบุรี ได้แก่
ศาลหลักเมืองจันทบุรี ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระพุทธบาทเขาคิชกูฏ
น้ำในคลองนารายณ์บริเวณหน้าน้ำตกเขาสระบาป คลองสระบาป น้ำจากสระแก้ว (ตำบลพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่)
·
นครนายก ได้แก่
ศาลหลักเมืองนครนายก พระพุทธบาทจำลอง วัดเขานางบวช (ตำบลสาริกา)
·
ปราจีนบุรี ได้แก่
วัดต้นศรีมหาโพธิ์
ภาคเหนือ
·
ลำปาง ได้แก่ วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดพระแก้วดอนเต้า
(ปัจจุบันชื่อ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม)
วัดพระธาตุเสด็จ ศาลหลักเมืองลำปาง ศาลเจ้าพ่อประตูผา หออะม็อก (เจ้าพ่อหมอกมุงเมือง)
·
แม่ฮ่องสอน ได้แก่ พระธาตุดอยกองมู
·
เชียงราย ได้แก่ วัดพระธาตุดอยตุงปัจจุบันชื่อ วัดพระมหาชินธาตุเจ้า (ดอยตุง) วัดพระธาตุจอมกิตติ
·
เชียงใหม่ ได้แก่ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร พระธาตุดอยสุเทพ พระพุทธสิหิงค์ วัดพระธาตุศรีจอมทอง
ศาลหลักเมืองเชียงใหม่ วัดเจดีย์เจ็ดยอด (ปัจจุบันชื่อ วัดโพธารามมหาวิหาร) ที่ตั้งค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
(อำเภอฝาง) อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย
·
น่าน ได้แก่ พระเจ้าทองทิพย์
(พระพุทธรูป) วัดสวนตาล พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุเขาน้อย
·
ลำพูน ได้แก่ วัดพระบรมธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร วัดจามเทวี (เดิมชื่อ วัดกู่กุด)
·
แพร่ ได้แก่ ศาลหลักเมืองแพร่ พระธาตุช่อแฮ พระธาตุปูแจ
(น่าน) พระธาตุจอมแจ้ง วัดพระธาตุจอมแจ้ง (อำเภอสา น่าน)
·
ตาก อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
·
พิษณุโลก ได้แก่ พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร
·
สุโขทัย ได้แก่ วัดมหาธาตุ พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร น้ำบ่อทอง น้ำบ่อแก้ว อำเภอศรีสัชนาลัย วัดต้นจันทร์
(ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย)
·
กำแพงเพชร ได้แก่
วัดพระบรมธาตุ ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร
·
พิจิตร ได้แก่
พระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง
·
เพชรบูรณ์ ได้แก่ วัดไตรภูมิ
ศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์
·
นครสวรรค์ ได้แก่
วัดวรนาถบรรพต (วัดเขากบ)
·
อุตรดิตถ์ ได้แก่ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ (เดิมชื่อ
วัดมหาธาตุ อุตรดิตถ์ ตั้งอยู่บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล) วัดพระบรมธาตุ วัดท่าถนน (พระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
·
นครราชสีมา ได้แก่
ศาลหลักเมืองนครราชสีมา อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ปราสาทหินพิมาย วัดศาลาทอง วัดพนมวันท์ ปราสาทหินพนมวัน ศาลเจ้าแม่บุ่งตาหลัว
ศาลเจ้าพ่อไฟ ศาลเจ้าพ่อวัดแจ้ง ศาลเจ้าพ่อพระยาสี่เขี้ยว
·
ชัยภูมิ ได้แก่ พระปรางค์กู่ พระธาตุกุดจอก พระธาตุหนองสามหมื่น พระพุทธรูปพระเจ้าองค์ตื้อ
เขาภูพระ วัดศิลาอาส์น เจ้าพ่อพญาแล
·
บุรีรัมย์ ได้แก่ ปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์
ศาลเทพารักษ์ เจ้าพ่อวังกรูด ดินจากสังเวชนียสถานต่างๆในประเทศอินเดีย
·
สุรินทร์ ได้แก่
พระพุทธรูปหลวงพ่อพระชีว์ วัดบูรพาราม
·
ศรีสะเกษ ได้แก่ วัดมหาพุทธาราม ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ
·
อุบลราชธานี ได้แก่ วัดมหาวนาราม พระเจ้าอินทร์แปลง
(พระพุทธรูป)
·
อุดรธานี ได้แก่ ศาลเทพารักษ์ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ศาลหลักเมืองอุดรธานี วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดอุดรธานี
·
หนองคาย ได้แก่ พระธาตุบังพวน พระพุทธรูปหลวงพ่อใส วัดโพธิ์ชัย
·
เลย ได้แก่ พระธาตุศรีสองรัก
·
สกลนคร ได้แก่ พระธาตุเชิงชุม วัดพระธาตุเชิงชุม
·
นครพนม ได้แก่ พระธาตุพนม ศาลหลักเมืองนครพนม
·
ขอนแก่น ได้แก่ พระธาตุขามแก่น
·
มหาสารคาม ได้แก่
ศาลหลักเมืองมหาสารคาม
·
ร้อยเอ็ด ได้แก่ ปรางค์กู่ ศาลหลักเมืองร้อยเอ็ด
พระกู่นา วัดสระทอง พระธาตุเจดีย์อูบมุง
·
กาฬสินธุ์ ได้แก่
ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์
ภาคใต้
·
ชุมพร ได้แก่ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หาดทรายรี
·
นครศรีธรรมราช ได้แก่
พระบรมธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร
·
สุราษฎร์ธานี ได้แก่ พระบรมธาตุไชยา วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร
·
ระนอง ได้แก่ วัดอุปนันทาราม (เดิมชื่อ
วัดด่าน)
·
กระบี่ ได้แก่ ถ้ำพระ เขาขนาบน้ำ
·
พังงา ได้แก่
ศาลหลักเมืองพังงา เทวรูปพระนารายณ์ วัดนารายณิการาม
·
ภูเก็ต ได้แก่ พระพุทธบาท
เกาะแก้วหน้าหาดราไว วัดพระทอง (เดิมชื่อ
วัดพระผุด) อนุสาวรีย์พระครูวิสุทธิวงศาจาริย์ญาณมุนี หรือ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง
(ปัจจุบันชื่อ วัดไชยธาราราม)
·
สงขลา ได้แก่ วัดชัยมงคล วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา (เดิมชื่อ วัดเลียบ) วัดพะโคะ (ปัจจุบันชื่อ
วัดราชประดิษฐาน) ศาลหลักเมืองสงขลา
·
ตรัง ได้แก่ วัดถ้ำเขาสาย วัดถ้ำคีรีวิหาร พระพุทธรูปพระว่านศักดิ์สิทธิ์ วัดถ้ำพระพุทธ ดินจากสังเวชนียสถานต่างๆในประเทศอินเดีย
·
พัทลุง ได้แก่
พระธาตุวัดตะวัดเขียน (ปัจจุบันชื่อ พระธาตุวัดเขียนบางแก้ว) วัดเขียนบางแก้ว
·
สตูล ได้แก่ วัดชนาธิปเฉลิม
(เดิมชื่อ วัดมำบัง) วัดสตูลสันตยาราม วัดหน้าเมือง วัดดุลยาราม
·
ปัตตานี ได้แก่
ศาลหลักเมืองปัตตานี วัดช้างให้ ปัจจุบันชื่อ วัดราษฎร์บูรณะ
·
ยะลา ได้แก่ วัดคูหาภิมุข
ศาลหลักเมืองยะลา
·
นราธิวาส ได้แก่ วัดพระพุทธ อำเภอตากใบ
พระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์เล็ก
พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงทำพระสมเด็จจิตรลดา
พิมพ์เล็ก สำหรับพระราชทานให้เด็ก มีจำนวน 40 องค์
โดยสี่องค์แรก พระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
ทั้งสี่พระองค์