วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

เจ้าคุณธมฺมวิตกฺโก

 

"เจ้าคุณธมฺมวิตกฺโก พระองค์นี้ เป็นพระที่ประเสริฐสุด" คือ พระที่หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ กล่าวยกย่องแม้ไม่เจอตัว

จนกระทั่งคุณชินพร สุขสถิตย์ไปรับพระของอดีตพระอาจารย์ทองเจือกลับ หลวงปู่ทิมก็ถามกับคุณชินพรทีเดียวว่า

"มีใครทำรูปคนอื่นมาให้นี่เสกหรือ..??"

"ไม่ทราบนะครับ หลวงปู่ "

"ตอนนี่เสก เห็นเป็นพระสงฆ์องค์ขาวๆ เล็กๆ มีแผลที่คอด้วย"หลวงปู่ทิมตอบตามรูปนิมิตที่เห็นในสมาธิ

จนทีหลัง คุณชินพรจึงไปถามเอากับอดีตพระอาจารย์ทองเจือว่า ทำพระอะไรที่ไม่ใช่หลวงปู่ทิมไปให้ท่านเสกหรือ อดีตพระอาจารย์ทองเจือจึงรับว่า ได้ทำพระผงใบโพธิ์เจ้าคุณธมฺมวิตกฺโกไปร่วมเสกด้วย

คุณชินพรจึงกลับมากราบเรียนหลวงปู่ทิมพร้อมกับได้ถามต่อไปอีกด้วยว่า

"แล้วพระองค์นี้เป็นอย่างไรบ้างครับ หลวงปู่..?" คุณชินพรกราบเรียนถามต่อ

"พระองค์นี้ เป็นพระที่ประเสริฐสุดนะ.." หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ตอบทันทีอย่างไม่มีการอ้อมค้อมใดๆ

ที่มา : จดหมายเหตุ เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต (ธมฺมวิตกฺโกภิกขุ)





เรื่องละภาพจากสำนักพิมพ์tnews

 

นาก

 

นาก เป็นโลหะผสมที่เกิดจากการผสมระหว่าง ทองแดง ทองคำ และ เงิน ในประเทศไทยหรือกลุ่มประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นิยมนำมาทำเป็นเครื่องประดับ เช่น กำไล สร้อยคอ เข็มขัด มีสีแตกต่างกัน เรียกว่าสีนาก ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนผสมของธาตุที่นำมาผสมกัน มีความแข็งแรงกว่าทองคำ ทนต่อการกัดกร่อน

โลหะผสมอื่น

ในประเทศไทยและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากทองคำที่นิยมทำเป็นเครื่องประดับแล้ว โลหะผสมต่าง ๆ ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน แต่เนื่องจากโลหะผสมบางชนิด มีส่วนประกอบที่เหมือนกัน หรือคล้ายคลึงกันมาก จะต่างกันก็ที่อัตราส่วนของโลหะต่าง ๆ ที่ใช้ในการผสมเท่านั้น

จึงเป็นปัญหาของผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่ไม่สามารถแยกโลหะมีผสมเหล่านี้ออกได้ โลหะผสมที่มีลักษณะคล้ายกับนาก ยกตัวอย่างเช่น

·        Pink Gold (ทองชมพู) มีทองเป็นส่วนผสมร้อยละ 75 หรือประมาณ 18k รองลงมาคือโลหะอื่น ๆ และสุดท้ายคือทองแดงที่จะมีส่วนผสมเพียงเล็กน้อย ทำให้สีของทองออกเป็นสีชมพู ไม่แดงมาก

·        Red Gold มีทองเป็นส่วนประกอบร้อยละ 75 ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับ Pink Gold เป็นอย่างมาก แต่จุดต่างที่สำคัญก็คือ จะมีอัตราส่วนของทองแดงมากกว่าโลหะอื่น ๆ ทำให้สีออกแดง ไม่อมชมพูเหมือนทองชมพู และจุดต่างของ Red Gold กับนากคือมีความสุกใสกว่า

·        White Gold (ทองขาว) จะมีส่วนผสมของทองคำ แพลเลเดียม สังกะสี และนิกเกิล

ที่มาวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี

 

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569

พระสมเด็จจิตรลดา

 

พระสมเด็จจิตรลดา หรือ พระกำลังแผ่นดิน (ปัจจุบันประชาชนเรียกว่า สมเด็จจิตรลดา, พระจิตรลดา เดิมเรียกว่า พระพิมพ์ที่ฐานพระพุทธนวราชบพิตร) เป็นพระเครื่อง ที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสร้างด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง พระราชทานแก่ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และพลเรือน ในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2508 - 2513 มีทั้งสิ้นประมาณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พระราชทานด้วยพระหัตถ์พระองค์เอง มีเอกสารส่วนพระองค์ (ใบกำกับพระ) ซึ่งแสดงชื่อ นามสกุล วันที่รับพระราชทาน หมายเลขกำกับทุกองค์ และภาพพระสมเด็จจิตรดา (องค์พระสมเด็จจิตรลดาในรัชสมัยได้มีการพระราชทานเพียงครั้งเดียว) โดยมีพระราชดำรัสแก่ผู้รับพระราชทานว่า "ให้ปิดทองที่หลังองค์พระปฏิมา แล้วเอาไว้บูชาตลอดไป ให้ทำความดีโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนใด ๆ" ดังเช่นในเนื้อเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด ซึ่งทรงพระราชนิพนธ์ทำนองเมื่อ พ.ศ. 2514 และพระธรรมเจดีย์ (ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร เจ้าคณะภาค 13 ถวายพระธรรมเทศนาว่าด้วยการเป็นผู้นำ ผู้นำและนักปกครองทั้งหลายพึงสดับ พ.ศ. 2555

การแกะแม่พิมพ์พระพุทธรูปพิมพ์ โดยมีศาสตราจารย์ ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการบำนาญกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร แห่ง มหาวิทยาลัยศิลปากร รับราชการใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรมเป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวาย การแกะพิมพ์พระสมเด็จจิตรดาหรือพระกำลังแผ่นดินเป็นพุทธศิลป์แบบแม่พิมพ์ลึก แล้วใช้ดินน้ำมันกดลงบนแม่พิมพ์ลึกเพื่อถอดแบบองค์พระสมเด็จจิตรดา จากนั้นก็ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทอดพระเนตร และทรงวินิจฉัยแบบพิมพ์ ทรงมีพระกระแสรับสั่งให้แก้ไขตกแต่งแบบพิมพ์พระสมเด็จจิตรลดาหลายครั้งจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย เมื่อได้แม่พิมพ์ที่สมบูรณ์ด้วยพุทธศิลป์ตามพระราชประสงค์ท่านแล้ว พระองค์จึงทรงนำแม่พิมพ์ที่แกะไว้ทำการถอดต้นแบบพระสมเด็จจิตรดาจากแม่พิมพ์หิน โดยท่านทรงใช้วัสดุเคมีที่นำเข้าจากต่างประเทศที่มีคุณภาพดี จนได้ตามจำนวนพระราชประสงค์แล้ว ก็ทรงนำต้นแบบพระสมเด็จจิตรดาจำนวนหนึ่งเรียงบนภาชนะที่เตรียมไว้เพื่อทำการหล่อแม่พิมพ์อีกครั้ง โดยทรงหล่อเป็นแม่พิมพ์ยาง

ข้อมูลจำเพาะ

พระสมเด็จจิตรลดา เป็นพระเครื่องทรงสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ขอบองค์พระด้านหน้าทั้ง 3 ด้าน เฉียงป้านออกสู่ด้านหลังเล็กน้อย มี 2 ขนาดพิมพ์ คือ

·        พิมพ์เล็ก กว้าง 1.2 เซนติเมตร สูง 1.9 เซนติเมตร

·        พิมพ์ใหญ่ กว้าง 2 เซนติเมตร สูง 3 เซนติเมตร

พระสมเด็จจิตรลดาเป็นพระปางสมาธิ ศิลปะรัตนโกสินทร์ พระพักตร์ทรงผลมะตูม องค์พระประทับนั่งขัดสมาธิราบ ประทับนั่งเหนือบัลลังก์ดอกบัว ประกอบด้วย กลีบบัวบานทั้ง 9 กลีบ และเกสรดอกบัว 9 จุดอยู่ในกรอบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว มีลักษณะละม้ายคล้ายกับพระพุทธนวราชบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชทานประจำทุกจังหวัดและหน่วยทหาร แต่ต่างกันที่พระพุทธนวราชบพิตรเป็นพระปางมารวิชัย

พระสมเด็จจิตรลดามีหลายสี ตามมวลสารที่ใช้ผลิตในแต่ละครั้งแตกต่างกัน ได้แก่ สีน้ำตาล สีน้ำตาลอมเหลือง สีน้ำตาลอมแดงคล้ายเทียน สีดำอมแดง หรือสีดำอมเขียว มีทั้งสีเข้มและอ่อน

มวลสารของพระสมเด็จจิตรดา

มวลสารของพระสมเด็จจิตรลดาประกอบด้วยเรซินและผงพระพิมพ์ โดยทรงนำมาบดเป็นผงรวมกับเส้นพระเจ้า คลุกกับกาวเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วกดเป็นองค์พระด้วยพระหัตถ์ โดยทรงใช้เวลาตอนดึกหลังทรงงาน มีเจ้าพนักงาน 1 คน คอยถวายพระสุธารส และหยิบสิ่งของถวาย ทั้งนี้ มีศาสตราจารย์ไพฑูรย์ เมืองสมบูรณ์ ข้าราชการบำนาญกองหัตถศิลป์ กรมศิลปากร ผู้เป็นผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทในงานด้านประติมากรรม เป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวายเพื่อทรงพระราชวินิจฉัยแก้ไขจนเป็นที่พอพระราชหฤทัย

ผงพระพิมพ์ ประกอบด้วย 2 ส่วนคือ

·        ส่วนที่ 1 ส่วนในพระองค์ ประกอบด้วย

·        ดอกไม้แห้ง จากมาลัยที่ประชาชนได้ทูลเกล้าฯ ถวายในการเสด็จพระราชดำเนินเปลี่ยนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรและได้ทรงแขวนไว้ที่องค์พระตลอดเทศกาล

·        เส้นพระเจ้า ซึ่งเจ้าพนักงานได้รวบรวมไว้หลังจากทรงพระเครื่องใหญ่ทุกครั้ง

·        ดอกไม้แห้ง จากมาลัยที่แขวนพระมหาเศวตฉัตรและด้ามพระแสงขรรค์ชัยศรี ในพระราชพิธีฉัตรมงคล

·        สี ซึ่งขูดจากผ้าใบที่ทรงเขียนภาพฝีพระหัตถ์

·        ชัน (ผงชันผสมกับน้ำมันยางกวนให้เข้ากันจนเหนียวใช้สำหรับยารอยต่อของแผ่นไม้ใต้ท้องเรือ ป้องกันน้ำเข้าใต้ท้องเรือ) และสีน้ำมัน ซึ่งทรงขูดจากเรือใบไมโครมด เป็นเรือใบพระที่นั่ง ขณะที่ทรงตกแต่งเรือใบพระที่นั่งใช้แข่งขันกีฬาแหลมทอง 1967

·        ส่วนที่ 2 วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์จากทุกจังหวัด ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ประกอบด้วย

·        วัตถุที่ได้มาจากปูชนียสถานหรือพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ที่ประชาชนเคารพบูชาในแต่ละจังหวัด

·        ดอกไม้ ผงธูป เทียนบูชาพระแก้วมรกต ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก

·        ดอกไม้ ผงธูป เทียนบูชาจากพระอารามหลวงที่สำคัญ

·        ดิน ตะไคร่น้ำแห้งจากใบเสมา จากสังเวชนียสถานในประเทศอินเดีย และประเทศศรีลังกาซึ่งสมณทูตได้ถวายเก็บไว้ในเจดีย์ที่วัดเสด็จ จังหวัดปทุมธานี

·        ดิน ตะไคร่น้ำแห้งจากใบเสมา จากทุกจังหวัดในประเทศไทย เช่น จากพระธาตุพนม จังหวัดนครพนม วัดพระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดพระธาตุดอยสุเทพ จังหวัดเชียงใหม่

·        น้ำจากบ่อน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งได้เคยนำมาใช้เป็นน้ำสรงมุรธาภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก และน้ำอภิเษก

แหล่งที่มาของผงพระพิมพ์ พระสมเด็จจิตรลดา

มวลสาร ที่ใช้ในการสร้างพระสมเด็จจิตรลดาถูกนำมาจากทุกจังหวัด ซึ่งในขณะนั้นเมื่อปี พ.ศ. 2508 ประเทศไทย มีจังหวัดทั้งสิ้น 71 จังหวัด ดังนี้

ภาคกลาง

·        พระนคร (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) ได้แก่ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระพุทธชินสีห์ วัดบวรนิเวศวิหาร

·        ธนบุรี (ปัจจุบันคือกรุงเทพมหานคร) ได้แก่ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดหงส์รัตนารามราชวรวิหาร ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

·        พระนครศรีอยุธยา ได้แก่ วัดมหาธาตุ วัดพนัญเชิง วัดสวนหลวงสบสวรรค์ วิหารพระมงคลบพิตร

·        ลพบุรี ได้แก่ ศาลพระกาฬ ศาลลูกศร (ศาลหลักเมืองลพบุรี) พระที่นั่งดุสิตสวรรค์ธัญญมหาปราสาท

·        สิงห์บุรี ได้แก่ วิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ วัดโพธิ์เก้าต้น (บ้านบางระจัน) วัดสิงห์ (ปัจจุบันชื่อ วัดสิงห์สุทธาวาส) วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร

·        อ่างทอง ได้แก่ วัดไชโยวรวิหาร วัดป่าโมก

·        สระบุรี ได้แก่ วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร วัดพระพุทธฉาย

·        ปทุมธานี ได้แก่ วัดเสด็จ ผงอิทธิเจและผงปถมํของพระครูสาทรพัฒนกิจ

·        นนทบุรี ได้แก่ วัดเขมาภิรตารามราชวรวิหาร

·        สมุทรปราการ ได้แก่ วัดพระสมุทรเจดีย์ ศาลหลักเมืองสมุทรปราการ

·        ราชบุรี ได้แก่ วัดมหาธาตุวรวิหาร (จังหวัดราชบุรี)

·        นครปฐม ได้แก่ วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร

·        สุพรรณบุรี ได้แก่ วัดป่าเลไลยก์ ศาลหลักเมืองสุพรรณบุรี พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ วัดสนามชัย สระศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่

·        กาญจนบุรี ได้แก่ วัดพระแท่นดงรังวรวิหาร วัดท่ากระดาน

·        เพชรบุรี ได้แก่ พระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท พระนครคีรี พระธาตุจอมเพชร ศาลหลักเมืองเพชรบุรีหลังเก่า พระปรางค์วัดมหาธาตุ

·        ประจวบคีรีขันธ์ ได้แก่ พระบรมสารีริกธาตุบนยอดเขาช่องกระจก วัดธรรมมิการามวรวิหาร

·        สมุทรสาคร ได้แก่ ศาลหลักเมืองสมุทรสาคร ศาลพันท้ายนรสิงห์

·        สมุทรสงคราม ได้แก่ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (เดิมชื่อ วัดบ้านแหลม)

·        อุทัยธานี ได้แก่ วัดสังกัสรัตนคีรี

·        ชัยนาท ได้แก่ วัดพระบรมธาตุวรวิหาร วัดธรรมามูล (ปัจจุบันชื่อ วัดธรรมามูลวรวิหาร)

ภาคตะวันออก

·        ชลบุรี ได้แก่ พระพุทธสิหิงค์จำลอง วัดป่า (ปัจจุบันชื่อ วัดอรัญญิกาวาส)

·        ฉะเชิงเทรา ได้แก่ พระพุทธโสธร วัดโสธรวราราม ศาลหลักเมืองฉะเชิงเทรา

·        ระยอง ได้แก่ ศาลหลักเมืองระยอง ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

·        ตราด ได้แก่ ศาลหลักเมืองตราด วัดบุปผาราม

·        จันทบุรี ได้แก่ ศาลหลักเมืองจันทบุรี ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระพุทธบาทเขาคิชกูฏ น้ำในคลองนารายณ์บริเวณหน้าน้ำตกเขาสระบาป คลองสระบาป น้ำจากสระแก้ว (ตำบลพลอยแหวน อำเภอท่าใหม่)

·        นครนายก ได้แก่ ศาลหลักเมืองนครนายก พระพุทธบาทจำลอง วัดเขานางบวช (ตำบลสาริกา)

·        ปราจีนบุรี ได้แก่ วัดต้นศรีมหาโพธิ์

ภาคเหนือ

·        ลำปาง ได้แก่ วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดพระแก้วดอนเต้า (ปัจจุบันชื่อ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม) วัดพระธาตุเสด็จ ศาลหลักเมืองลำปาง ศาลเจ้าพ่อประตูผา หออะม็อก (เจ้าพ่อหมอกมุงเมือง)

·        แม่ฮ่องสอน ได้แก่ พระธาตุดอยกองมู

·        เชียงราย ได้แก่ วัดพระธาตุดอยตุงปัจจุบันชื่อ วัดพระมหาชินธาตุเจ้า (ดอยตุง) วัดพระธาตุจอมกิตติ

·        เชียงใหม่ ได้แก่ วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร พระธาตุดอยสุเทพ พระพุทธสิหิงค์ วัดพระธาตุศรีจอมทอง ศาลหลักเมืองเชียงใหม่ วัดเจดีย์เจ็ดยอด (ปัจจุบันชื่อ วัดโพธารามมหาวิหาร) ที่ตั้งค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช (อำเภอฝาง) อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

·        น่าน ได้แก่ พระเจ้าทองทิพย์ (พระพุทธรูป) วัดสวนตาล พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุเขาน้อย

·        ลำพูน ได้แก่ วัดพระบรมธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร วัดจามเทวี (เดิมชื่อ วัดกู่กุด)

·        แพร่ ได้แก่ ศาลหลักเมืองแพร่ พระธาตุช่อแฮ พระธาตุปูแจ (น่าน) พระธาตุจอมแจ้ง วัดพระธาตุจอมแจ้ง (อำเภอสา น่าน)

·        ตาก อนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

·        พิษณุโลก ได้แก่ พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร

·        สุโขทัย ได้แก่ วัดมหาธาตุ พระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุราชวรวิหาร น้ำบ่อทอง น้ำบ่อแก้ว อำเภอศรีสัชนาลัย วัดต้นจันทร์ (ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย)

·        กำแพงเพชร ได้แก่ วัดพระบรมธาตุ ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

·        พิจิตร ได้แก่ พระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร วัดท่าหลวง

·        เพชรบูรณ์ ได้แก่ วัดไตรภูมิ ศาลหลักเมืองเพชรบูรณ์

·        นครสวรรค์ ได้แก่ วัดวรนาถบรรพต (วัดเขากบ)

·        อุตรดิตถ์ ได้แก่ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ (เดิมชื่อ วัดมหาธาตุ อุตรดิตถ์ ตั้งอยู่บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแลวัดพระบรมธาตุ วัดท่าถนน (พระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร)

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

·        นครราชสีมา ได้แก่ ศาลหลักเมืองนครราชสีมา อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี ปราสาทหินพิมาย วัดศาลาทอง วัดพนมวันท์ ปราสาทหินพนมวัน ศาลเจ้าแม่บุ่งตาหลัว ศาลเจ้าพ่อไฟ ศาลเจ้าพ่อวัดแจ้ง ศาลเจ้าพ่อพระยาสี่เขี้ยว

·        ชัยภูมิ ได้แก่ พระปรางค์กู่ พระธาตุกุดจอก พระธาตุหนองสามหมื่น พระพุทธรูปพระเจ้าองค์ตื้อ เขาภูพระ วัดศิลาอาส์น เจ้าพ่อพญาแล

·        บุรีรัมย์ ได้แก่ ปราสาทเขาพนมรุ้ง ปราสาทเมืองต่ำ ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ ศาลเทพารักษ์ เจ้าพ่อวังกรูด ดินจากสังเวชนียสถานต่างๆในประเทศอินเดีย

·        สุรินทร์ ได้แก่ พระพุทธรูปหลวงพ่อพระชีว์ วัดบูรพาราม

·        ศรีสะเกษ ได้แก่ วัดมหาพุทธาราม ศาลหลักเมืองศรีสะเกษ

·        อุบลราชธานี ได้แก่ วัดมหาวนาราม พระเจ้าอินทร์แปลง (พระพุทธรูป)

·        อุดรธานี ได้แก่ ศาลเทพารักษ์ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ศาลหลักเมืองอุดรธานี วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดอุดรธานี

·        หนองคาย ได้แก่ พระธาตุบังพวน พระพุทธรูปหลวงพ่อใส วัดโพธิ์ชัย

·        เลย ได้แก่ พระธาตุศรีสองรัก

·        สกลนคร ได้แก่ พระธาตุเชิงชุม วัดพระธาตุเชิงชุม

·        นครพนม ได้แก่ พระธาตุพนม ศาลหลักเมืองนครพนม

·        ขอนแก่น ได้แก่ พระธาตุขามแก่น

·        มหาสารคาม ได้แก่ ศาลหลักเมืองมหาสารคาม

·        ร้อยเอ็ด ได้แก่ ปรางค์กู่ ศาลหลักเมืองร้อยเอ็ด พระกู่นา วัดสระทอง พระธาตุเจดีย์อูบมุง

·        กาฬสินธุ์ ได้แก่ ศาลหลักเมืองกาฬสินธุ์

ภาคใต้

·        ชุมพร ได้แก่ ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หาดทรายรี

·        นครศรีธรรมราช ได้แก่ พระบรมธาตุ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร

·        สุราษฎร์ธานี ได้แก่ พระบรมธาตุไชยา วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร

·        ระนอง ได้แก่ วัดอุปนันทาราม (เดิมชื่อ วัดด่าน)

·        กระบี่ ได้แก่ ถ้ำพระ เขาขนาบน้ำ

·        พังงา ได้แก่ ศาลหลักเมืองพังงา เทวรูปพระนารายณ์ วัดนารายณิการาม

·        ภูเก็ต ได้แก่ พระพุทธบาท เกาะแก้วหน้าหาดราไว วัดพระทอง (เดิมชื่อ วัดพระผุด) อนุสาวรีย์พระครูวิสุทธิวงศาจาริย์ญาณมุนี หรือ หลวงพ่อแช่ม วัดฉลอง (ปัจจุบันชื่อ วัดไชยธาราราม)

·        สงขลา ได้แก่ วัดชัยมงคล วัดมัชฌิมาวาส จังหวัดสงขลา (เดิมชื่อ วัดเลียบ) วัดพะโคะ (ปัจจุบันชื่อ วัดราชประดิษฐาน) ศาลหลักเมืองสงขลา

·        ตรัง ได้แก่ วัดถ้ำเขาสาย วัดถ้ำคีรีวิหาร พระพุทธรูปพระว่านศักดิ์สิทธิ์ วัดถ้ำพระพุทธ ดินจากสังเวชนียสถานต่างๆในประเทศอินเดีย

·        พัทลุง ได้แก่ พระธาตุวัดตะวัดเขียน (ปัจจุบันชื่อ พระธาตุวัดเขียนบางแก้ว) วัดเขียนบางแก้ว

·        สตูล ได้แก่ วัดชนาธิปเฉลิม (เดิมชื่อ วัดมำบัง) วัดสตูลสันตยาราม วัดหน้าเมือง วัดดุลยาราม

·        ปัตตานี ได้แก่ ศาลหลักเมืองปัตตานี วัดช้างให้ ปัจจุบันชื่อ วัดราษฎร์บูรณะ

·        ยะลา ได้แก่ วัดคูหาภิมุข ศาลหลักเมืองยะลา

·        นราธิวาส ได้แก่ วัดพระพุทธ อำเภอตากใบ

พระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์เล็ก

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงทำพระสมเด็จจิตรลดา พิมพ์เล็ก สำหรับพระราชทานให้เด็ก มีจำนวน 40 องค์ โดยสี่องค์แรก พระราชทานสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ ทั้งสี่พระองค์


ภาพจากไทยรัฐ ข้อมูลจากวิกิพีเดียสารานุกรมเสรี

เจ้าคุณธมฺมวิตกฺโก

  "เจ้าคุณธมฺมวิตกฺโก พระองค์นี้ เป็นพระที่ประเสริฐสุด" คือ พระที่หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ กล่าวยกย่องแม้ไม่เจอตัว จนกระทั่งคุณชินพร...