วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2568

ศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่

 

ศาลพระภูมิ-ศาลเจ้าที่ ต่างกันอย่างไร

บ้านโดยทั่วไปนิยมตั้งทั้งศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่คู่กัน โดยให้ศาลพระภูมิอยู่ทางซ้ายมือ อาจเรียกรวมๆ ได้ว่า ศาลพระภูมิเจ้าที่ หรืออาจตั้งศาลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ ซึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างศาลทั้งสองประเภทคือ ศาลพระภูมิมักจะมีลักษณะเป็นวิหาร ตั้งอยู่บนฐานที่เป็นเสาเพียงต้นเดียวซึ่งยกระดับอยู่สูงว่าศาลเจ้าที่ ส่วนศาลเจ้าที่มักจะมีลักษณะเป็นเรือนบ้านแบบไทย ตั้งอยู่บนฐานที่มีเสา 4 ถึง 6 ต้น อยู่ในระดับต่ำกว่าศาลพระภูมิ

ทำไมศาลพระภูมิต้องตั้งบนเสา 1 ต้น?

ศาลพระภูมิ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่สิงสถิตของ พระภูมิเทพารักษ์ผู้ปกปักรักษาพื้นที่และบ้านเรือน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผสมปนเปกันระหว่างความเชื่อดั้งเดิมของคนไทย กับศาสนาพุทธ และศาสนาฮินดูที่เข้ามาในภายหลัง ความเชื่อเรื่องการตั้งศาลพระภูมิบนเสาต้นเดียวนั้น อาจมีที่มาจากหลายๆ แห่ง แต่มีตำนานหนึ่งที่กล่าวถึง ท้าวทศราช เจ้าเมืองพาลีผู้กดขี่ข่มเหงราษฎร จนถูกพระนารายณ์ลงโทษให้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เมื่อสำนึกผิดแล้ว พระนารายณ์จึงให้อภัยและให้ท้าวทศราชทำหน้าที่พระภูมิ คอยปกปักรักษาสถานที่ต่างๆ โดยประทับอยู่บนบ้านหลังเล็กที่สร้างอยู่บนเสาเพียงต้นเดียวเท่านั้น นี่จึงเป็นเงื่อนไขที่คนไทยปฏิบัติสืบต่อกันมา เพราะหากศาลพระภูมิไม่เป็นไปตามที่ท้าวทศราชรับปากกับพระนารายณ์เอาไว้แล้ว พระภูมิก็จะไม่สามารถเข้ามาสิงสถิตในศาลได้นั่นเอง

ศาลเจ้าที่/ศาลตายาย ใครเป็นคนอยู่?

ศาลเจ้าที่ หรือ ศาลตายาย ตั้งขึ้นสำหรับเป็นที่อยู่ของดวงวิญญาณที่คอยปกปักรักษาบ้านเรือนหรือสถานที่นั้นๆ เช่น บรรพบุรุษ เจ้าของที่ดิน หรือเจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อดั้งเดิมของคนไทย ศาลเจ้าที่ถือเป็นที่อยู่ของวิญญาณคนทั่วไป จึงนิยมสร้างให้มี 4 เสา เปรียบเสมือนบ้านเรือนของคนธรรมดา ซึ่งถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ในลำดับถัดมาจากพระภูมิที่เป็นเทพ ศาลเจ้าที่จึงถูกสร้างให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าศาลพระภูมิด้วย

ข้อควรรู้ก่อน ตั้งศาลพระภูมิ

แต่ไหนแต่ไรคนไทยมักมีความเชื่อเกี่ยวกับการ ตั้งศาลพระภูมิ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจ ซึ่งศาลพระภูมิ ถือเป็นความเชื่อที่เรียกได้ว่าใกล้ตัวที่สุด คนไทยจะให้ความเคารพ ด้วยเชื่อว่าเป็นเทวดาอารักษ์ผู้คอยปกปักรักษาคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรือง ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง

การ ตั้งศาลพระภูมิ จึงมีพิธีกรรมและข้อปฏิบัติเป็นแบบแผน ซึ่งหากใครกำลังจะตั้งศาลพระภูมิ บ้านและสวนอยากให้ผู้อ่านได้ทราบ ข้อควรรู้ก่อนตั้งศาลพระภูมิ” เพื่อการนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

ศาลพระภูมิ ควรตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้ง โดยไม่ควรให้เงาของตัวบ้านและต้นไม้มาบดบัง อีกทั้งไม่ควรตั้งอยู่บนพื้นเดียวกับพื้นบ้าน ศาลที่ตั้งบนพื้นเดียวกับพื้นบ้านได้คือศาลพระพรหมหรือพระนารายณ์เท่านั้น

 การ ตั้งศาลพระภูมิ ควรเว้นระยะห่างจากรั้วบ้านและตัวบ้านพอสมควร และไม่ควรอยู่ใกล้บริเวณห้องน้ำด้วยเพราะถือเป็นบริเวณที่สกปรกและมีกลิ่นเหม็น

 ควรยกพื้นที่ตั้งศาลให้สูงขึ้นจากพื้นดินประมาณ 1 คืบ (กรณีที่สามารถยกได้) และความสูงของศาลควรให้อยู่เหนือระดับสายตาขึ้นไปเล็กน้อย

4. ควรดูเรื่องทิศทางการหันหน้าศาลให้เหมาะสม เช่น ศาลไม่ควรหันหน้าตรงกับประตูหน้าบ้าน อย่าหันหน้าศาลเข้าบริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ และยังมีเรื่องทิศทางที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมอีกด้วย ดังนี้

ทิศที่ควรหันหน้าศาล

ตะวันออกเฉียงเหนือ

ทิศตะวันออก

ทิศตะวันออกเฉียงใต้

ทิศที่ไม่ควรหันหน้าศาล

ทิศตะวันตก

ทิศใต้

รู้ไว้ใช่ว่า

ในกรณีที่อยู่ในหมู่บ้านหรือชุมชน หากพื้นที่ส่วนกลางมีการ ตั้งศาลพระภูมิ ไว้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องตั้งศาลพระภูมิในบ้านก็ได้ แต่ถ้าอยากตั้งเพิ่มอีกก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน

ควรตั้งแค่ศาลใดศาลหนึ่ง เช่น ถ้าตั้งศาลพระภูมิแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตั้งศาลตายายเพิ่มอีกควรหมั่นดูแล เปลี่ยนของไหว้ตลอด อย่างน้อยเฉพาะวันพระก็ได้

ดูฤกษ์วันในการตั้งศาลให้ดี ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีวันที่ห้ามตั้งศาล เช่น เดือน 2 ห้ามตั้งศาลวันพุธและวันศุกร์ เวลาที่ควรตั้งศาลพระภูมิคือ ช่วงเช้าหรือก่อนดวงอาทิตย์ตกดิน

เจ้าของบ้านสามารถตั้งศาลพระภูมิเองได้ แต่โดยปกติจะให้พราหมณ์หรือผู้รู้เป็นผู้ประกอบพิธี

ขอบคุณข้อมูลจากบ้านและสวน



ภาพจากคอมมอน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

พระสมเด็จจิตรลดา

  พระสมเด็จจิตรลดา   หรือ   พระกำลังแผ่นดิน  ( ปัจจุบันประชาชนเรียกว่า สมเด็จจิตรลดา , พระจิตรลดา เดิมเรียกว่า พระพิมพ์ที่ฐานพระพุทธนวราชบพิ...