ศาลพระภูมิ-ศาลเจ้าที่ ต่างกันอย่างไร
บ้านโดยทั่วไปนิยมตั้งทั้งศาลพระภูมิและศาลเจ้าที่คู่กัน
โดยให้ศาลพระภูมิอยู่ทางซ้ายมือ อาจเรียกรวมๆ ได้ว่า ศาลพระภูมิเจ้าที่
หรืออาจตั้งศาลเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้
ซึ่งความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเจนระหว่างศาลทั้งสองประเภทคือ ศาลพระภูมิมักจะมีลักษณะเป็นวิหาร
ตั้งอยู่บนฐานที่เป็นเสาเพียงต้นเดียวซึ่งยกระดับอยู่สูงว่าศาลเจ้าที่ ส่วนศาลเจ้าที่มักจะมีลักษณะเป็นเรือนบ้านแบบไทย
ตั้งอยู่บนฐานที่มีเสา 4 ถึง 6 ต้น
อยู่ในระดับต่ำกว่าศาลพระภูมิ
ทำไมศาลพระภูมิต้องตั้งบนเสา 1 ต้น?
ศาลพระภูมิ ตั้งขึ้นเพื่อเป็นที่สิงสถิตของ “พระภูมิ” เทพารักษ์ผู้ปกปักรักษาพื้นที่และบ้านเรือน
ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผสมปนเปกันระหว่างความเชื่อดั้งเดิมของคนไทย กับศาสนาพุทธ
และศาสนาฮินดูที่เข้ามาในภายหลัง
ความเชื่อเรื่องการตั้งศาลพระภูมิบนเสาต้นเดียวนั้น อาจมีที่มาจากหลายๆ แห่ง
แต่มีตำนานหนึ่งที่กล่าวถึง ท้าวทศราช เจ้าเมืองพาลีผู้กดขี่ข่มเหงราษฎร
จนถูกพระนารายณ์ลงโทษให้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เมื่อสำนึกผิดแล้ว
พระนารายณ์จึงให้อภัยและให้ท้าวทศราชทำหน้าที่พระภูมิ คอยปกปักรักษาสถานที่ต่างๆ
โดยประทับอยู่บนบ้านหลังเล็กที่สร้างอยู่บนเสาเพียงต้นเดียวเท่านั้น
นี่จึงเป็นเงื่อนไขที่คนไทยปฏิบัติสืบต่อกันมา
เพราะหากศาลพระภูมิไม่เป็นไปตามที่ท้าวทศราชรับปากกับพระนารายณ์เอาไว้แล้ว
พระภูมิก็จะไม่สามารถเข้ามาสิงสถิตในศาลได้นั่นเอง
ศาลเจ้าที่/ศาลตายาย ใครเป็นคนอยู่?
ศาลเจ้าที่ หรือ ศาลตายาย ตั้งขึ้นสำหรับเป็นที่อยู่ของดวงวิญญาณที่คอยปกปักรักษาบ้านเรือนหรือสถานที่นั้นๆ
เช่น บรรพบุรุษ เจ้าของที่ดิน หรือเจ้าที่เจ้าทางตามความเชื่อดั้งเดิมของคนไทย
ศาลเจ้าที่ถือเป็นที่อยู่ของวิญญาณคนทั่วไป จึงนิยมสร้างให้มี 4 เสา เปรียบเสมือนบ้านเรือนของคนธรรมดา
ซึ่งถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ในลำดับถัดมาจากพระภูมิที่เป็นเทพ
ศาลเจ้าที่จึงถูกสร้างให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าศาลพระภูมิด้วย
ข้อควรรู้ก่อน ตั้งศาลพระภูมิ
แต่ไหนแต่ไรคนไทยมักมีความเชื่อเกี่ยวกับการ ตั้งศาลพระภูมิ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นที่พึ่งทางใจ ซึ่งศาลพระภูมิ ถือเป็นความเชื่อที่เรียกได้ว่าใกล้ตัวที่สุด
คนไทยจะให้ความเคารพ
ด้วยเชื่อว่าเป็นเทวดาอารักษ์ผู้คอยปกปักรักษาคนในบ้านให้อยู่เย็นเป็นสุข
มีความเจริญรุ่งเรือง ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง
การ ตั้งศาลพระภูมิ จึงมีพิธีกรรมและข้อปฏิบัติเป็นแบบแผน
ซึ่งหากใครกำลังจะตั้งศาลพระภูมิ “บ้านและสวน” อยากให้ผู้อ่านได้ทราบ “ข้อควรรู้ก่อนตั้งศาลพระภูมิ” เพื่อการนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
ศาลพระภูมิ ควรตั้งอยู่ในที่โล่งแจ้ง
โดยไม่ควรให้เงาของตัวบ้านและต้นไม้มาบดบัง
อีกทั้งไม่ควรตั้งอยู่บนพื้นเดียวกับพื้นบ้าน
ศาลที่ตั้งบนพื้นเดียวกับพื้นบ้านได้คือศาลพระพรหมหรือพระนารายณ์เท่านั้น
การ ตั้งศาลพระภูมิ
ควรเว้นระยะห่างจากรั้วบ้านและตัวบ้านพอสมควร
และไม่ควรอยู่ใกล้บริเวณห้องน้ำด้วยเพราะถือเป็นบริเวณที่สกปรกและมีกลิ่นเหม็น
ควรยกพื้นที่ตั้งศาลให้สูงขึ้นจากพื้นดินประมาณ
1 คืบ (กรณีที่สามารถยกได้) และความสูงของศาลควรให้อยู่เหนือระดับสายตาขึ้นไปเล็กน้อย
4.
ควรดูเรื่องทิศทางการหันหน้าศาลให้เหมาะสม เช่น ศาลไม่ควรหันหน้าตรงกับประตูหน้าบ้าน
อย่าหันหน้าศาลเข้าบริเวณที่ตั้งของห้องน้ำ
และยังมีเรื่องทิศทางที่เหมาะสมและไม่เหมาะสมอีกด้วย ดังนี้
ทิศที่ควรหันหน้าศาล
ตะวันออกเฉียงเหนือ
ทิศตะวันออก
ทิศตะวันออกเฉียงใต้
ทิศที่ไม่ควรหันหน้าศาล
ทิศตะวันตก
ทิศใต้
รู้ไว้ใช่ว่า
ในกรณีที่อยู่ในหมู่บ้านหรือชุมชน หากพื้นที่ส่วนกลางมีการ
ตั้งศาลพระภูมิ ไว้อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องตั้งศาลพระภูมิในบ้านก็ได้
แต่ถ้าอยากตั้งเพิ่มอีกก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน
ควรตั้งแค่ศาลใดศาลหนึ่ง เช่น ถ้าตั้งศาลพระภูมิแล้วก็ไม่จำเป็นต้องตั้งศาลตายายเพิ่มอีกควรหมั่นดูแล
เปลี่ยนของไหว้ตลอด อย่างน้อยเฉพาะวันพระก็ได้
ดูฤกษ์วันในการตั้งศาลให้ดี ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีวันที่ห้ามตั้งศาล
เช่น เดือน 2 ห้ามตั้งศาลวันพุธและวันศุกร์ เวลาที่ควรตั้งศาลพระภูมิคือ
ช่วงเช้าหรือก่อนดวงอาทิตย์ตกดิน
เจ้าของบ้านสามารถตั้งศาลพระภูมิเองได้
แต่โดยปกติจะให้พราหมณ์หรือผู้รู้เป็นผู้ประกอบพิธี
ขอบคุณข้อมูลจากบ้านและสวน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น