วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2569

ลักไวทำมู

  สืบเนื่องจากวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรจาก “พระแสงดาบคาบค่าย” จึงทำให้พระเจ้านันทบุเรงของพม่ามีรับสั่งให้ลักไวทำมูนายทหารฝีมือดีซึ่งชำนาญเพลงดาบและเพลงทวนจัดอยู่ในระดับครูฝึกทหารเลยทีเดียว โดยวางแผนให้นำทหารจำนวนน้อยเข้าล่อ ให้พระองค์ได้ตีเมื่อเข้ามาจนถึงที่ลักไวทำมูซุ่มรออยู่

     ลักไวทำมูเข้ามาจะจับพระองค์โดยควบม้าถือดาบเข้าใส่ สมเด็จพระนเรศวรจึงใช้พระแสงทวนแทงสวนใส่ลักไวทำมูทำให้ตายทันที  แต่พระองค์ยังถูกล้อม ต่อมาทหารติดตามได้มาถึง(และมีการต่อสู้กันอยู่พักหนึ่ง)จึงเสด็จกลับพระนคร แสดงให้เห็นว่าการต่อสู้แบบประชิดตัว พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถเป็นอย่างยิ่ง
     สมเด็จพระนเรศวรนั้นทรงชำนาญการรบบนหลังม้า ทรงถนัดทั้งพระแสงดาบและพระแสงทวน ประกอบกับทรงมีพระปรีชาญาณในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดียิ่ง จึงนับว่าทรงเป็นพระมหากษัตริย์ยอดนักรบอย่างแท้จริง
     ปล.สาเหตุที่พระแสงทวนไม่ปรากฎพระนามเพราะว่าพระแสงทวนได้หักปักคาอกลักไวทำมูนั่นเอง และสาเหตุที่ทรงพระนามว่าพระองค์ดำเกิดจากพระองต์ทรงอาบน้ำว่านของพระอาจารย์ของพระองค์คือพระมหาเถรคันฉ่อง และทรงอาบน้ำว่านของพระองค์เอง ข้อมูลจาก "ลิงลมดำ" และขอบคุณข้อมูลจากบล็อก ประวัติศาสตร์ชาติไทย ของผมเอง

ภาพจากเว็บพันทิพ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ประวัติและปฏิปทาหลวงพ่อผินะ ปิยธโรวัดสนมลาว อ.หนองแค จ.สระบุรี

  หลวงพ่อผินะ ปิยธโร   วัดสนมลาว   พระเกจิที่มีพลังเวทที่น่าอัศจรรย์ สำเร็จอภิญาญาณชั้นสูง แสดงอิทธิปาฏิหาริย์ได้แห่งเมืองสระบุรี ◉ ชาติภ...